Hyundai New Elantra 2012
รายละเอียด
ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) เปิดตัว All-New Hyundai Elantra สปอร์ต 4 ประตูคูเป้ เจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2012 North American Car of the Year และรางวัลอื่นๆอีกมากมายทั่วโลก เน้นบุคลิกสปอร์ตเร้าใจเต็มสมรรถนะ มาตรฐาน Modern Premium satisfaction นำเข้าทั้งคันมาจากประเทศเกาหลี โดยเปิดราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นที่ 899,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 200 คันแรกเท่าั้นั้น พร้อมเปิดรับจองทั่วประเทศ 17 – 18 มีนาคม 2555 โปรดติดต่อสอบถามตามโชว์รูมของฮุนได ทั่วประเทศ
โดย spec Hyundai New elantra 2012 มีดังนี้
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED แนวสปอร์ต ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย เมื่อเทียบกับรถในเซ็กเม้นท์เดียวกัน ภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต แผงคอนโซลด้านหน้าแบบ Y-Shape พร้อมหน้าปัดเรืองแสง ระบบอินโฟสามารถบอกข้อมูลระยะทาง อัตราสิ้นเปลือง และคำนวณเชื้อเพลิงได้ พวงมาลัยสปอร์ต 4 ก้านมัลติฟังค์ชั่น มีพอร์ท AUX/ USB สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาต่างๆ
• เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 18.1 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบ/นาที
• เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ
• รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.3 เมตร ช่วยให้การขับขี่หรือการเลี้ยวเข้าพื้นที่แคบได้อย่างคล่องตัว
• ระบบช่วยขึ้นทางลาดชัน HAC ช่วยป้องกันรถไหลเมื่อหยุดรถบนทางลาด (รุ่น G)
• เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลัง (รุ่น G)
• กุญแจรีโมทแบบ Smart Entry (รุ่น G)
• ปุ่ม Start Button ทันสมัย (รุ่น G)
• เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
• ห้องสัมภาระขนาดใหญ่สามารถเก็บถุงกอล์ฟได้ 3 ใบด้วยความจุถึง 420 ลิตร
• ล้ออัลลอยสปอร์ต 17 นิ้ว (รุ่น S และ รุ่น G)
• ระบบรักษาเสถียรภาพ ESP และ VSM เสริมการควบคุมพวงมาลัยให้ปลอดภัยมากขึ้น (รุ่น G)
• สัญญาณ ECO แสดงผลการขับขี่ที่ประหยัดที่แม่นยำกว่าเดิม เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่รักษาสมดุลย์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้ดีขึ้น ตามแนวคิดใหม่เมื่อต้องการขับขี่อย่างประหยัด
ราคา Hyundai New Elantra 2012
ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว และในงาน Bangkok International Motor Show ในปลายมีนานี้ เพียง 899,000 บาทจำนวนจำกัดสำหรับ 200 คันแรก
Hyundai Elantra 1.8E เกียร์ธรรมดา 6 เกียร ขนาด 1800 cc ราคา 899,000 บาท
Hyundai Elantra 1.8S เกียร์อัตโนมัติ 6 เกียร ขนาด 1800 cc ราคา 1,088,000 บาท
Hyundai Elantra 1.8G เกียร์อัตโนมัติ 6เกียร ขนาด 1800 cc ราคา 1,198,000 บาท
พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ
• การรับประคุณภาพ 4 ปี หรือ 120,000 กม. (น้่อยกว่า sonata ตอนเปิดตัว ตอนนั้น 5 ปี)
• ฟรี…บำรุงรักษา 4 ปี หรือ 80,000 กม. ไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว
• ฟรี…บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 4 ปี อุ่นใจไปตลอดการเดินทาง
บทวิเคราะห์โดยทีมงาน Autozeed
เป็นรถที่ได้รับการยอมรับมาจากทั่วโลกแล้วว่าเป็นเบอร์ต้นๆในกลุ่ม C sedan ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย ดีไซน์ และคุณภาพของรถ สุดยอดด !!!!
แต่ปัญหาที่เห็นแน่นอนเลยคือราคาที่สูงกว่าคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น อัลติส ซีวิค แลนเซอร์หรือครูซที่เพิ่งเปิดตัวไป แต่ก็มาพร้อมกับแคมเปญจัดเต็ม
ในเรื่องการดูแลรักษาการประกันรถยนต์เข้ามาแทนที่ แต่อย่างว่าครับ รถคุณภาพนำเข้ามาทั้งคันราคาก็ต้องแรงเป็นธรรมดา
ซึ่งทางฮุนไดเองก็เน้นจับตลาดในเรื่องรถระดับพรีเมียมเองอยู่แล้ว (โชว์รูมแต่ละที่ไม่น่าพิศมัยเอาซะเลย)
แต่อย่างว่าครับ sonataตัวแรก ที่เปิดตัวไปตอนแรกก็มาพร้อมกับแคมเปญแบบนี้รับประกัน 5 ปี ราคาล้านกว่าบาทสุดท้ายเอารถอัดโปรโมชั่นเหลือแค่ 800,000 บาทในรุ่น 2.0 และ 8xx,xxx ในรุ่น 2.4 (จำตัวเลขไม่ได้แล้ว) เป็นโปรที่ไม่ออกสื่อ ทำเอาท่านที่ออกรถไปช่วงแรกๆ เซงกันไปเป็นแถบ แล้วตัวนี้ถ้าขายไม่ออก จะทำแบบนี้อีกไหม ??? ฝากคำถามนี้ไปถึงผู้บริหารด้วยแล้วกันครับ
เพราะผมก็เป็นคนๆนึงในยุค ฮุนได excel elantra sonata scope (เก่ามาก)
แถมตามด้วย accent tibutron ตาปีศาจ ตากลม
ปล ที่คอมเม้นท์เพราะว่ารักนะครับ ถ้าปรับปรุงให้หรูหราเหมือนโชว์รูมใหม่ๆเค้าก็แหล่มมาก
ปล ถ้าชอบบทความนี้รบกวนกดไลท์กันเยอะๆนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานของเราได้มีแรงทำงานต่อไป ^ ^
สุดท้ายมาทดลองขับ Hyundai New Elantra 2012 กันดีกว่า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Motertrivia เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ
หลังงานเปิดตัวทาง ฮุนได ก็จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับกันอย่างทันใจที่ มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ หรือแดนเนรมิตเดิม ผมไปถึงเวลานัดก่อนเวลาพอสมควร จึงได้สำรวจรถอย่างใกล้ชิด เริ่มต้นจากภายนอกเป็นการออกแบบภายใต้แนวคิดใหม่ของ ฮุนได ซึ่งก็ทำได้ดีในแง่การคงเอกลักษณ์นั่นคือ เส้นสายที่เฉียบคมและพริ้วลื่นไหลต่อเนื่อง ช่วยให้ดูสปอร์ต ล้ำสมัย แต่ไม่เลอะเทอะ และมีส่วนคล้ายรุ่นพี่อย่าง sonata ในหลายจุด ภายในก็ได้รับการถ่ายทอดในเรื่องของเส้นสายและการออกแบบมาจากภายนอก สังเกตว่าใช้วัสดุคุณภาพดี และมีการประกอบที่เนี๊ยบ

ทดลองนั่งบนเบาะหน้าทั้ง 2 ฝั่ง พบว่าโอบกระชับร่างกายพอเหมาะ แม้ผมจะค่อนข้างอ้วนแต่ก็ยังนั่งได้อย่างสบาย ส่วนเบาะหลังก็ให้ความสะดวกสบายสำหรับความสูงไม่เกิน 170 เซ็นติเมตร เพราะผมลองนั่งแบบหลังพิงแนบสนิทกับพนักพิงแล้วพบว่า เหลือพื้นที่เหนือศีรษะไม่มากนัก
ผมปรับเบาะผู้ขับในรุ่นเกียร์อัตโนมัติไว้พอดีแล้ว ลองย้ายไปนั่งเบาะหลังฝั่งผู้ขับ ก็พบว่ามีพื้นที่วางขาแบบสบายๆ พนักพิงปรับมุมเอียงมาพอเหมาะ ส่วนเบาะรองขาสั้นไปนิดหน่อย ความกว้างของห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายอยู่ในระดับกลางๆ แต่หน้าตายังไม่ค่อยสวยเท่าไร
เริ่มต้นการทดลองขับด้วยรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 2 รอบแรกผมใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เพื่อดูในเรื่องช่วงล่างและการบังคับควบคุม พบว่าช่วงล่างให้ความรู้สึกหนึบแน่นพอตัว พวงมาลัยเบาแรงและแม่นยำ การขับผ่านโค้งแคบๆ ซ้าย-ขวาต่อเนื่อง จึงทำได้ง่ายและให้ความมั่นใจในระดับที่ดี ถ้ากดคันเร่งส่งแรงๆ ในโค้งก็จะพบอาการหน้าดื้อเล็กน้อย แต่ยังไม่นอกเหนือการควบคุม (อาจเพราะไม่ได้ใส่กันแบบสุดๆ)
รอบสุดท้ายของรุ่นเกียร์อัตโนมัติผมขับแบบช้าๆ เพื่อดูอัตราเร่งช่วงต้นของการขับปกติ พบว่ามีการตอบสนองที่ดีพอสมควรสำหรับการขับใช้งานทั่วไป แต่ถ้าใจร้อนอาจรู้สึกว่าอยากให้พุ่งกว่านี้อีกนิด
เปลี่ยนมาขับรุ่นเกียร์ธรรมดาซึ่งทาง Instructor ที่นั่งไปด้วยบอกว่าจะได้ใช้แค่ 2 เกียร์ แล้วก็เป็นจริงตามนั้น เพราะสนามถูกจำกัดความเร็วไม่ให้สูงเกินไปนัก แต่ในโค้งแคบๆ ถ้าใช้ความเร็วสูงสักนิดก็จะได้ยินเสียงยางเอี๊ยดอ๊าดกันแล้ว ในรุ่นเกียร์ธรรมดามีระบบเซฟ ต้องเหยียบคลัตช์ก่อนจึงจะสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ เป็นระบบที่ ฮุนได ใช้มานานแล้ว น้ำหนักคลัตช์ค่อนข้างเบา ใช้งานในเมืองพอได้ ระยะฟรีคลัตช์สูงไปนิดต้องผ่อนคลัตช์ออกมาเยอะหน่อยจึงเริ่มจับตัว
การออกตัวจี๊ดจ๊าดกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบสัมผัสได้ จังหวะการเปลี่ยนเกียร์สั้นกระชับและแม่นยำ 2 รอบแรกผมใช้ความเร็วค่อนข้างสูงเหมือนเดิม ใช้แค่เกียร์ 2 เพื่อเลี้ยงรอบไว้นิดๆ ทำให้การมุดเข้า-ออกโค้งเป็นเรื่องสนุกและทันใจ ถอนคันเร่งเพื่อลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง จากนั้นกดคันเร่งซ้ำรถก็พุ่งออกไปในทันที
ลองเติมคันเร่งหนักๆ ในโค้งก็พบอาการหน้าดื้อเหมือนเดิม อาจเป็นเพราะเติมลมยางตามมาตรฐาน ไม่ได้เติมเผื่อสำหรับการขับในสนามคดเคี้ยว
รอบสุดท้ายลองไล่ตั้งแต่เกียร์ 1-2-3 พบว่าให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่องลื่นไหลในระดับดี ทั้งที่ไม่ได้กดคันเร่งลาดรอบสูงจัดเพราะสนามไม่อำนวย ผมไม่ได้ขับเร็วจัด ก็เลยไม่ได้ลองใช้เบรกแบบหนักหน่วงรุนแรง ส่วนการเบรกในระดับความเร็วปกติพบว่าความไวของการทำงานอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย เบรกครั้งแรกจึงไม่มีอาการหน้าทิ่ม เพราะเบรกจับตัวเร็วกว่ารถทั่วไปแต่อย่างใด การเบรกให้นุ่มนวลทำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ

