โครงการรถคันแรก

2012-01-09 66267

จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง โครงการรถคันแรก ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 จนถึง 31 ธันวาคม 2555 สำหรับรายละเอียดโดยย่อของโครงการรถคันแรกลดภาษีสามารถสรุปได้ว่า กรมสรรพสามิตจะทำการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตตามจริง แต่เป็นจำนวนไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งผู้ซื้อจะต้องซื้อรถยนต์ดังกล่าวเป็นคันแรกโดยที่ไม่เคยซื้อรถยนต์คันอื่นใดมาก่อน รถยนต์ที่สามารถซื้อได้จะต้องมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยตัวรถยนต์จะต้องมีขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซีสำหรับรถยนต์นั่ง หรือ รถกระบะปิ๊กอัพ หรือ รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก เงื่อนไขที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นรถที่มีการผลิตในประเทศเท่านั้น และเงื่อนไขสำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือผู้ซื้อจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์รถยนต์ดังกล่าวในระยะเวลา 5 ปีแรกหลักจากการซื้อ โดยผู้ซื้อจะได้รับเงินภาษีคืนจากกรมสรรพสามิตภายใน 1 ปี นับจากวันที่ทำการยื่นขอภาษีคืน ซึ่งผู้ซื้อจำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษีแล้วยื่นกับกรมสรรพสามิตพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดภายหลังการซื้อ สำหรับข้อมูลโดยละเอียดของโครงการรถคันแรก สามารถอ่านต่อได้ที่ด้านล่างครับ พร้อมกันนี้ทางทีมงาน AutoZeed! ยังได้นำแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องมาให้ดาวน์โหลดกันด้วย ซึ่งสามารถใช้ในการยื่นกับกรมสรรพสามิตได้ทันที

ประกาศจากกรมสรรพสามิต

 

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล

  1. เงื่อนไขการขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล
    1. เป็นรถยนต์ใหม่คันแรกที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
    2. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาท/คัน
    3. เป็นรถยนต์นั่งขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถยนต์กระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งที่มีกระบะ (Double Cab)
    4. เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
    5. จ่ายเงินตามสิทธิ์โดยถือจำนวนตามค่าภาษีสรรพสามิตตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน
    6. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
    7. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    8. การจ่ายเงินตามสิทธิ์จะจ่ายให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว (เริ่มจ่ายให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)
  2. ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกสามารถตรวจสอบรายละเอียดยี่ห้อ รุ่นรถยนต์และจำนวนเงินที่มีสิทธิ์ได้รับคืนทาง http://www.excise.go.th หรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ทั่วประเทศ
  3. “เมื่อเอกสารครบ” ผู้ซื้อสามารถยื่นคำขอใช้สิทธิ์ฯ ได้ 2 ช่องทาง คือ
    1. สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ตามทะเบียนบ้าน หรือสถานที่จดทะเบียนรถยนต์ โดยผู้ซื้อต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555
    2. ผ่านทาง http://www.excise.go.th เอกสารที่ยื่นพร้อมกับคำขอใช้สิทธิ์มีดังนี้
      • แบบคำขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล
      • สำเนาบัตรประชาชน
      • สำเนาทะเบียนบ้าน
      • สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
      • สำเนาคู่มือการจดทะเบียน
      • หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์คันแรก
      • หลักฐานการซื้อขายรถยนต์ (ใบเสร็จรับเงินและหรือใบจอง(ถ้ามี)/สัญญาซื้อขาย/เอกสารการรับมอบรถยนต์)
  4. หากผู้ซื้อยื่นคำขอผ่านทาง http://www.excise.go.th ตามข้อ 3.2 จะต้องส่ง เอกสารต้นฉบับให้แก่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ที่ตนแจ้งความประสงค์ไว้ สำหรับกรณีที่ผู้ซื้อยื่นแบบคำขอในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ผู้ซื้อต้องส่งเอกสารหลักฐานต้นฉบับให้สำนักงานสรรพสำมิตพื้นที่ที่ระบุไว้ในแบบคำขอภายในวันที่ 15 มกราคม 2556
  5. เมื่อผู้ซื้อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือเปลี่ยนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัดเช่าซื้อ (Refinance) ผู้ซื้อต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ณ สานักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ที่ตนได้แจ้งความประสงค์ไว้ตามข้อ 3
  6. ในการยื่นขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกฯ ผู้ซื้อสามารถระบุสถานที่ที่จะขอรับสิทธิ์ได้ที่กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดทั่วประเทศ
  7. ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบการได้รับสิทธิ์ทาง http://www.excise.go.th หรือ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอฯ ไว้ หรือทาง E-mail หรือ SMS หลังจาก 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นเอกสาร
  8. เมื่อผู้ซื้อได้ครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายให้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป) จะได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมบัญชีกลาง/คลังจังหวัด
  9. หากผู้ซื้อได้รับสิทธิ์แล้ว แต่ภายหลังกระทำผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุไว้ในคำขอใช้สิทธิ์ฯ สำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องนาเงินที่ได้รับไปส่งคืนทางราชการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
  10. หากมีปัญหาหรือมีเหตุขัดข้อง สามารถติดต่อสอบถามได้ทางสายด่วน 1713 หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่/สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น